Sunday, September 23, 2007

RFID Lesson 3

ในตอนที่สามนี้เราจะมาลงรายละเอียดเรื่องของมาตรฐานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องในเทคโนโลยี RFID กันครับ องค์กรมาตรฐานที่เกี่ยวข้องนั้นถ้าจะแบ่งออกเป็นกลุ่มอาจแบ่งได้ดังนี้ครับ

International standards organization
ISO – International Organization for Standardization
ITU – International Telecommunication Union
IEC – International Electrotechnical Commission

Regional standards
CEN – European Committee for Normalization and Standardization

National Standards
ANSI – American National Standards Institute
BSI – British Standards Institution

Industry
EPCglobal – Electronic Product Code
GS1 – European specific of EPC plus UCC/EAN
AIAG – Automotive Industry Action Group

แต่ละกลุ่มข้างบนก็มักจะมีกลุ่มย่อยๆภายในเพื่อกำหนดมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวกับ RFID ในแต่ละเรื่องแยกออกไปอีกทีหนึ่ง มาตรฐานที่เกี่ยวกับทางเทคนิคก็มักจะมีการพูดถึงเรื่องต่างๆดังต่อไปนี้
  • Hardware requirements
  • Host interface
  • Air interface
  • Data syntax, structure and content
  • Conformance - read rate, test procedures, print quality,compliance specifications
  • Application standards - labelling, package, numbering, master labelling, etc.
โดยทั่วไปแล้วมาตรฐานที่คุ้นเคยกันดีและครอบคลุมเนื้อหาต่างๆข้างต้นครบถ้วนก็จะเป็นมาตรฐาน ของ ISO 18000 ทั้งนี้มาตรฐานทาง RFID นั้นเพิ่งจะเริ่มมามีขึ้นหลากหลายเมื่อปี 2006 นี้เอง โดยมาตรฐานที่บทบาทอย่างมากก็คือ ISO 18000 กับ EPC Gen 2

มาตรฐาน ISO 18000 นั้นพูดถึง RFID Air Interface ใน 5 ย่านความถี่ด้วยกันคือ

  • <135kHz. – 18000 - 2
  • 13.56 MHz. – 18000 - 3
  • 433 MHz – Active – 18000 -7
  • 860 ~ 960 MHz. – 18000 - 6
  • 2.45 GHz. – 18000 - 4
ทั้งนี้ ISO 18000 - 1 จะพูดถึงค่า parameters ทั่วๆไปสำหรับ RFID ทุกย่านความถี่ ส่วน ISO 18000 - 2 จะพูดถึง Type A ย่าน 125 kHz. แบบ Full Duplex และ Type B ย่าน 134.2 kHz. แบบ Half Duplex ในขณะที่ ISO 18000 - 3 จะพูดถึงความถี่ย่าน 13.56 MHz. และรายละเอียดในการทำงานสอง mode ซึ่งใช้งานร่วมกันไม่ได้และต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ทางปัญญาให้กับเจ้าของเทคโนโลยีในการใช้งานทั้งสอง mode ในส่วนของ ISO 18000 - 4 จะกำหนดมาตรฐานสำหรับย่านความถี่ 2.45 GHz. และการทำงานในสอง mode เช่นกันคือ แบบ passive ที่อยู่ในลักษณะ reader talks first กับในแบบ active ที่ tag talks first โดย passive mode จะมีระยะทำงานต่ำกว่า 1 เมตร ในขณะที่ active mode มีระยะการทำงานมากกว่าแบบ passive ถึงกว่า 100 เท่า มาถึง ISO 18000 - 6 ซึ่งเป็นการกำหนดมาตรฐานในย่าน 860 - 960 MHz. โดยในแต่ละประเทศก็จะมีการใช้ความถี่ที่แตกต่างกันไป โดย ISO 18000 - 6 A กับ B จะครอบคลุมถึง applications แบบต่างๆหลากหลาย และ ISO 18000 - 6 C จะครอบคลุมถึงมาตรฐาน UHF Gen 2 Global สุดท้ายคือ ISO 18000 - 7 จะเป็นการพูดถึงย่าน 433 MHz ในแบบ active ซึ่งปัจจุบันมีการใช้อยู่ใน DoD ของอเมริกา สำหรับ track container RFID ในย่านนี้มีระยะการทำงานหลายร้อยฟุต แต่มีราคาค่อนข้างแพง ทำให้มีการใช้กันค่อนข้างน้อย

สุดท้ายคงต้องพูดถึง EPCglobal และ GS1 โดย EPC นั้นหมายถึง Electronic Product Code ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่มีการผลิตขึ้นในโลกสามารถจะมี unique EPC code ได้ ถ้าผู้ผลิตเป็นมีรหัส EPC ที่ GS1 ออกให้ ทั้งนี้ความตั้งใจของ EPCGlobal ก็คือต้องการจะให้สินค้าทุกชิ้นทั่วโลกสามารถถูกตรวจสอบหรือ track ใน supply chain ได้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี EPC Gen 2 เป็นมาตรฐานอันล่าสุดที่จะทำให้ tag ทุกอันที่ comply ตามมาตรฐาน EPC Gen 2 นี้สามารถอ่านได้ในทุกประเทศโดยใช้มาตรฐาน ISO 18000 - 6 และเนื่องจากในอเมริกาใช้ความถี่ย่าน 915 MHz ในขณะที่ยุโรปใช้ย่าน 868 MHz เจ้าตัว Tag EPC Gen 2 นี้จะต้องสามารถถูกอ่านได้ทั้งโดย Reader ย่าน 868 MHz และ ย่าน 915 MHz. ด้วย

มาตรฐาน EPC Gen 2 นั้นจะกำหนดให้มีอย่างน้อย 96 bits ซึ่งเป็นรหัส EPC ส่วนที่เกินไปจาก 96 bits ก็จะเป็นข้อมูลเช่น password, kill code และส่วนอื่นๆ (อาจจะสงสัยว่า kill code ทำอะไรใช่ไหมครับ kill code ก็คือรหัสที่เมื่อใช้แล้วจะทำให้ tag อันนั้นตายไปเลยคือไม่สามารถอ่านได้อีกตลอดไป)

ไว้มาต่อกันตอนที่สี่ครับ

0 comments:

Post a Comment